หลังจากทำการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดและพบว่าเจ้าจอมซนเข้าข่ายเป็นเด็กไฮเปอร์ ก็ถึงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเตรียมรับมือกับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นต่อไป ก่อนอื่นต้องเริ่มที่คุณพ่อคุณแม่ก่อนคุณต้องมีความเข้าใจในปัญหาของลูก มีความเข้มแข็ง มีกำลังใจที่ดีและเป็นกำลังใจให้กันและกันเพื่อที่ทั้งคุณ และลูกจะได้ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี นอกจากครอบครัวแล้ว โรงเรียนก็มีส่วนสำคัญ เพราะถ้าคุณครูไม่มีความเข้าใจและไม่ให้ความร่วมมือกับผู้ปกครองก็จะไม่สามารถทำให้ปัญหาทุเลาลงได้ สรุปก็คือการที่จะช่วยเหลือเด็กไฮเปอร์นั้นเราต้องการความร่วมมือทั้งจากพ่อแม่ คุณครู และแพทย์ เพราะนอกจากเจ้าจอมซนจะมีพฤติกรรมซนสมชื่อแล้ว ยังมีอาการอื่นๆ ที่พบบ่อยร่วมด้วย ได้แก่
ความวิตกกังวล ซึมเศร้า
- ปัสสาวะรดที่นอนและถ่ายอุจจาระรดกางเกง
- มีอาการของโรค Tourettes Diseases ซึ่งจะมีอาการกระตุกของอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น การกระพริบตา ทำจมูกบิดเบี้ยว รวมไปถึงการเคลื่อนไหวผิดปกติของปาก เช่น การไอ การขับเสมหะ อาการต่างๆ เหล่านี้มักจะเกิดขึ้นหลังอาการสมาธิบกพร่อง
- มีพัฒนาการในด้านต่างๆ ช้ากว่าเด็กทั่วไป เช่น พัฒนาการของกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ของร่างกาย เป็นต้น
- มีความบกพร่องในการเรียนรู้ด้านภาษา ซึ่งส่วนใหญ่ไม่สามารถระบุได้ว่า ปัญหาเกิดจากความผิดปกติด้านการเรียนรู้ภาษา หรือเกิดจากการเป็นไฮเปอร์
- มักจะมีอาการของภูมิแพ้ร่วมด้วย รวมไปถึงอาการนอนไม่หลับและฝันร้าย
- ความสามารถในการได้ยินลดลงเนื่องจากการติดเชื้อที่หู
การบำบัดรักษาแบบมาตรฐาน (Standard Therapies) แบ่งเป็น 3 ส่วนคือ
- เขียนคำสั่งที่ต้องการให้เด็กทำตามอย่างสั้นๆ และชัดเจนไว้บนกระดาน
- จัดให้เด็กที่มีปัญหานั่งหน้าชั้นเรียน หรือนั่งกับเพื่อนที่มีความเข้าใจและสามารถช่วยเหลือในเรื่องการเรียนได้
- เพิ่มเวลาในการเรียนรู้ให้มากกว่าเด็กทั่วไป รวมไปถึงเวลาที่ใช้ในการทดสอบความรู้ความเข้าใจของเด็กด้วย
- อนุญาตให้เด็กใช้เทปบันทึกเสียงการเรียนการสอนในชั้นเรียนเพื่อที่จะสามารถเปิดฟังซ้ำได้
- เลือกใช้แบบเรียนที่ไม่ซับซ้อน เข้าใจง่าย
- ไม่ควรตำหนิหรือลงโทษเด็กไฮเปอร์ที่มีปัญหาสะเพร่าเลินเล่อหรือขาดความสนใจในการเรียนเป็นช่วงๆ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นอาการของเด็กไฮเปอร์ที่เด็กไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เป็นเช่นนั้น
- เมื่อเด็กทำความดีควรให้กำลังใจและให้คำชมเชย
เด็กไฮเปอร์จะเป็นอย่างไรเมื่อโตขึ้น
